Mega Trends คืออะไร ทำไมเจ้าของธุรกิจ ต้องรู้!

โพสต์เมื่อ : 4 มี.ค. 2564

Mega Trends คืออะไร? ทำไมเจ้าของธุรกิจ ต้องรู้!

หลังเกิด Covid-19 ทำให้สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนเริ่มเข้าสู่การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ในยุค New Normal เรียกได้ว่าทุกธุรกิจต้องมีการปรับตัวให้ทันเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางวิกฤตต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามานั้น ยังมีเทรนด์ที่ถูกผลักดันให้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของทั้งโลกที่เรียกว่า Mega Trends พี่แคชเลยขอพาเพื่อนๆ เข้ามารู้จักกับเทรนด์สำคัญเหล่านี้ โดยเฉพาะคนที่เป็น “เจ้าของธุรกิจ” เพราะตั้งแต่ปี 2020-2030 หรืออีก 10 ปีต่อจากนี้ไป Mega Trends จะมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิต และธุรกิจของคนทั้งโลก...

ไม่อยากตกกระแส…มาทำความรู้จักกับ Mega Trends ว่ามีอะไรบ้าง?

สำหรับคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจขอบอกเลยว่า “รู้เทรนด์ก่อน ได้เปรียบกว่า!” เพราะนอกจากการบริหารการเงิน และกระบวนการต่างๆ ภายในบริษัทแล้ว การผลิตสินค้าหรือบริการให้ตอบโจทย์เทรนด์ที่กำลังมานั้น มีความสำคัญมากกว่าที่คิด และนั่นหมายถึงโอกาสที่คุณสามารถ “ทำกำไร” เพิ่มขึ้นได้อีกเช่นกัน เนื่องจากธุรกิจที่ทำมาเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Mega Trend ในอนาคต ตามมาด้วย

ความต้องการของตลาดที่สูงมากนั่นเอง จะมีเทรนด์ไหนที่น่าสนใจ พี่แคชขออัปเดตให้ในบทความนี้เลยครับ

  1. การเปลี่ยนแปลงของขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ

ปัจจุบันประเทศจีนเริ่มมีบทบาทสำคัญที่จะขับเคลื่อนโลก อีกทั้งยังมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจีนจะมี 200 เมืองที่มีประชากรเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านคนภายในปี 2025 และในอนาคตประเทศฝั่งตะวันออกจะกลายเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจแทนประเทศฝั่งตะวันตก ซึ่ง "การเพิ่มขึ้นของประชากร" นี้เองกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางเศรษฐกิจ โดยสิ่งที่น่าจับตาที่สุด คือ การที่ธุรกิจต่างๆ ของจีนมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการประเมินมูลค่าของบริษัทเอกชนได้ถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้จีนมีการพัฒนายุทธศาสตร์ "Made in China 2025" เพื่อช่วยลบล้างความเชื่อเดิมว่าสินค้าที่มาจากจีนเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผลิตสินค้าให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย เห็นมั้ยครับว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ของประเทศจีนไม่ได้มาเล่นๆ  แต่เป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่ความเป็นมหาอำนาจของโลกอย่างแท้จริงอีกด้วยนะครับ

  1. ทรัพยากรที่ขาดแคลนจะส่งผลกระทบต่อโลก

เรากำลังทำลายทรัพยากรธรรมชาติอยู่หรือไม่? คำถามที่ทุกคนต่างมีคำตอบอยู่ในใจ เพราะการขยายตัวของประชากร และความเจริญก้าวหน้าต่างๆ ส่งผลต่อความต้องการด้านพลังงาน น้ำ อาหารที่สูงขึ้น และทำลายธรรมชาติที่มีไปอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ซึ่งทาง

 PricewaterhouseCoopers (PwC) ได้ศึกษาเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นทำให้โลกร้อนขึ้น และมีแนวโน้มจะพุ่งสูงเป็น 2 เท่าภายในปี 2100 จะสร้างความเสียหายให้ทรัพยากรต่างๆ อย่างมหาศาล เมื่อถึงจุดนั้นจริงๆ ทุกคนจะทำอย่างไร? ถ้าเรายังไม่ปรับตัว และช่วยประคับประคองทรัพยากรที่มีให้สามารถใช้ได้อย่างไม่มีวันหมด เหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิด จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ แค่คิดก็หนักใจแล้วใช่ไหมครับ

  1. เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

ในสมัยนี้เทคโนโลยีเปรียบเสมือน “เวทมนตร์” และกลายเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญกับชีวิตเราเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ ช่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่างๆ เป็นวงกว้าง โดยร้อยละ 30 ของงานที่มีความจำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์ เช่น งานที่ทำซ้ำๆ แบบแพทเทิร์น จะถูกแทนที่ด้วย “เครื่องจักร” เพราะเหล่าเครื่องจักร, หุ่นยนตร์ และ AI สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่ามนุษย์ และทำงานได้อย่างแม่นยำ ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย ดังนั้นการต่อสู้เพื่อให้มนุษย์อยู่รอดจากการแย่งงานของเหล่าหุ่นยนตร์นั่นก็คือ การพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ 

โดยเฉพาะงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และใช้ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ จุดสำคัญที่ทำให้ความสามารถของมนุษย์ยังอยู่เหนือเหล่าหุ่นยนตร์นั่นเอง 

  1. เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมแห่งผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวทั่วทั้งโลก “คนแก่เพิ่มขึ้น เด็กเกิดใหม่น้อยลง” กลายเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องสร้างนโยบายมาเพื่อรองรับ เนื่องจากผลของการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้คนมีอายุยืนมากขึ้น และวัยหนุ่มสาวมีอัตราการแต่งงานที่น้อยลงรวมถึงไม่อยากมีลูก ดังนั้นเด็กเกิดใหม่จะกลายเป็นผู้ที่แบกรับภาษีและความคาดหวังของผู้สูงอายุในอนาคตข้างหน้า นับว่าเป็นโจทย์ท้าทายที่สุดของผู้นำประเทศที่จะต้องแก้ไข เพราะการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเหล่านี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของผู้คนทั่วทั้งโลกอีกด้วยนะครับ

  1. การเข้าสู่ยุคของความเป็นมหานคร และวิถีชีวิตคนเมือง

เพื่อนๆ ทราบไหมครับว่าประชากรมากกว่าครึ่งโลกอาศัยอยู่ในเขตเมือง และในปี 2030 นั้น ตัวเลขนี้จะพุ่งสูงถึง 5 พันล้านคน ส่งผลให้เกิดการผลักดันด้านความก้าวหน้าของเทคโนโลยี นำไปสู่ความต้องการใหม่ของประชากรภายในเมืองที่ชอบความสะดวกสบาย และต้องการเชื่อมต่อกับทุกสิ่ง ดังนั้นการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ที่ไร้สายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งกับการใช้ชีวิตแบบคนเมือง นอกจากนี้การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยต้องได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับความหนาแน่นที่จะเกิดขึ้นภายในเมืองด้วยเช่นกันนะครับ

โอกาสที่น่าสนใจท่ามกลางกระแส Mega Trends

พี่แคชเชื่อเสมอว่า...ทุกการเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งโอกาส และการมาของ Mega Trends ในครั้งนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าของกิจการทุกคนจะต้องมองวิธีการทำธุรกิจในมุมมองใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั่วทั้งโลก พร้อมหรือยังที่จะคว้าโอกาสเหล่านั้นให้มาเป็นของคุณ                                                                               

  1. สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เจาะตลาดประเทศจีน

เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนจะกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่แทนที่สหรัฐอเมริกา นั่นหมายความว่าหากคุณสามารถสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เจาะตลาดประเทศจีนได้ จะช่วยให้เปิดตลาดช่องทางใหม่นอกเหนือจากการขายภายในประเทศ หากเพื่อนๆ ยังไม่มีไอเดียจะทำผลิตภัณฑ์อะไร พี่แคชเลยไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) พบว่า ตัวอย่างสินค้าไทยที่คนจีนชื่อชอบ เช่น ผลิตภัณฑ์จากทุเรียน, น้ำผึ้ง, นมอัดเม็ด, ผลไม้อบแห้ง และสบู่กลิ่นผลไม้ เป็นต้น ลองเอาสินค้าเหล่านี้มาเป็นไอเดียตั้งต้นเพื่อต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้นะครับ พี่แคชว่าคงจะสนุกไม่น้อยเลยล่ะ

  1. การผลิตสินค้าและบริการควรนึกถึง Zero Waste เป็นหลัก

จากปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เจ้าของธุรกิจจะต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เน้นการลดขยะของเสียให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) โดยหัวใจสำคัญของหลักการนี้ คือ เน้นการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง การใช้ซ้ำ หรือนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ควรแทรกซึมอยู่ในกระบวนการคิดผลิตภัณฑ์ และการตลาด ในปัจจุบันมีหลายแบรนด์ทั้งเล็กหรือใหญ่ ได้นำวิธีการนี้มาใช้เพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณขยะได้มากขึ้น นอกจากขายของได้กำไรแล้วยังได้ใจคนซื้ออีกต่างหาก น่าชื่นชมมากเลยครับ

  1. การนำเทคโนโลยี หรือแพลตฟอร์มใหม่ๆ มาใช้ช่วยให้คุณก้าวไปกว่าคู่แข่งเสมอ

เนื่องจากเทคโนโลยีจะช่วยสร้างความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์คู่แข่ง แต่คุณต้องโฟกัสก่อนว่าสิ่งที่สร้างขึ้นมานั้นมีลูกค้าเป็นใคร และตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาหรือไม่? หากไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ นั่นหมายความว่าถึงแม้จะมีสินค้าที่ดีและผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ไม่มีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณแล้วล่ะก็ พี่แคชถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเหมือนกันนะครับ นอกจากนี้ช่องทางออนไลน์ เช่น E-commerce เป็นจะกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายให้คุณได้ทำกำไรอย่างก้าวกระโดด หากคุณรู้เคล็ดลับในการใช้มันให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ดังนั้นทักษะด้าน Digital Marketing จึงเป็นอีกหนึ่งทักษะมาแรงของเจ้าของธุรกิจในสมัยนี้อีกด้วยนะครับ

  1. สินค้าเพื่อสุขภาพมาแรงไม่มีตกเทรนด์

ในอนาคตผู้คนจะหันมารักตัวเอง และสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น สังเกตได้จากเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามาช่วยดูแล และทำให้คนมีอายุยืนยาว ดังนั้นสินค้าและบริการเกี่ยวกับสุขภาพจึงกลายเป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมจ่ายโดยมีความคาดหวังต่อผลิตภัณฑ์เหล่านั้นค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างเช่น พฤติกรรมการทานอาหารสดใหม่แทนอาหารแปรรูป หรือพฤติกรรมการทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น คีโต เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์เหล่านี้จะไม่มีวันหายไป ลองนับสิ่งรอบตัวของคุณดูสิครับว่ามีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพบ้างไหม ของพี่แคชนับได้เกินสิบอย่างเลยล่ะครับ

อ่านมาถึงตรงนี้...พี่แคชเชื่อว่าเพื่อนๆ คงรู้จักกับ Mega Trends และโอกาสที่น่าสนใจกันแล้วว่าควรจะทำธุรกิจแบบไหนให้ไปรอดและรุ่งแบบไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าใครที่กำลังจะเป็น “เจ้าของธุรกิจมือใหม่” แล้วยังอยากได้แรงจูงใจเพิ่มเติมรีบมาทางนี้ พี่แคชขอทำสรุปสั้นๆ ว่าการจับกระแส Mega Trends มาทำธุรกิจได้ทัน มันมีดีกว่าที่คิด!

ประโยชน์ของเจ้าของธุรกิจ เมื่อคิดเริ่มจับกระแส Mega Trends

  1. โอกาสในการทำกำไร

การทำธุรกิจต้องมีการลองผิด ลองถูก ไม่มีสูตรลับความสำเร็จแบบตายตัว แต่การรู้เทรนด์ในอนาคตและนำมาเป็นไอเดียต่อยอดเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ได้ก่อนใคร เป็นจุดเปลี่ยนที่สามารถทำกำไรให้คุณได้อย่างมหาศาล หากใครมีไอเดียอะไรแนะนำว่าเริ่มต้นให้เป็นรูปเป็นร่าง และพัฒนาไปตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ 

  1. ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ผลพลอยได้จากเทคโนโลยีในอนาคตที่มาพร้อม Mega Trends ทำให้งานบางอย่างสามารถนำหุ่นยนตร์หรือ AI มาใช้แทนมนุษย์ได้ จึงทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น ดังนั้นการทุ่มงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะอื่นที่มากกว่าหุ่นยนตร์ทำได้ จะกลายเป็นสิ่งสำคัญของธุรกิจในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้นั่นเองครับ

  1. ความได้เปรียบในการแข่งขัน

การได้เป็นสินค้าเจ้าแรกมักเป็นที่จดจำของลูกค้า แต่การพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพจะทำให้คุณอยู่ในใจของลูกค้าในการเลือกซื้อเสมอนะครับ หากในอนาคตเมื่อ Mega Trends เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตของเราแบบจริงจังแล้ว คนที่เริ่มจับทางได้ก่อน และพัฒนากระบวนการต่างๆ มาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จะมีความได้เปรียบทางการแข่งขันกว่าคนอื่นๆ อย่างแน่นอนครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ...พอจะมีไอเดียดีๆ ที่จะเริ่มธุรกิจใหม่เกาะกระแส Mega Trends กันบ้างไหม? สำหรับใครที่มีไอเดียพร้อมทั้งศึกษาแนวโน้ม และความเสี่ยงต่างๆ มาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีแผนธุรกิจแบบเป็นรูปเป็นร่างแต่ต้องการหาแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างความฝันให้เป็นจริง สามารถนำทรัพย์สินที่มีมาเปลี่ยนเป็นลงทุนได้ เพียงแค่คลิกที่นี่เลยครับ https://www.cashexpress-pawn.com/estimate/login

ขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล:

https://bit.ly/2IrENPx

https://bit.ly/2GKl6SD

https://bit.ly/34TL3a5

https://bit.ly/3jQcR5A

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

PATEK PHILIPPE ราคาเท่าไหร่ ของแท้ดูยังไ...

หากถามว่านาฬิกาแบรนด์หรูเรือนไหนที่ครองใจนักสะสมมากที่สุด พี่แคชเชื่อว่าคงต้องมีชื่อของ Patek Philippe อยู่อย่างแน่นอน เพราะนอกจากเป็นนาฬิกาท ...

ดูเพิ่มเติม >

ผิวโทนไหน เลือกใส่นาฬิกาสีอะไร แล้วจะดู...

หนึ่งใน Accessory ยอดนิยมของสาวๆ ที่ชอบใส่กันมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “นาฬิกา”ใช่ไหมครับ?  เพราะนอกจากจะเป็นตัวช่วยบอกเวลา ยังช่วยเสริมบ ...

ดูเพิ่มเติม >

วิธีการจำนำกับ Cashexpress...

วิธีการจำนำกับ Cashexpress “เป็นโรงรับจำนำแห่งแรก ที่มีการรับประเมินราคาสินทรัพย์ทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึง ...

ดูเพิ่มเติม >