อยากเปิดร้านกาแฟ บริหารต้นทุนยังไง ให้กำไรปัง !!

โพสต์เมื่อ : 27 เม.ย. 2564

อยากเปิดร้านกาแฟ บริหารต้นทุนยังไง ให้กำไรปัง !!

เชื่อว่าการมีธุรกิจตัวเองคงเป็นความฝันของหลายๆคนในยุคนี้ โดยเฉพาะการ เปิดร้านกาแฟ ถือเป็นธุรกิจที่เป็นที่นิยมกันมาก แต่ไม่ใช่ทุกร้านที่จะประสบความสำเร็จ กำไรปัง ไปตลอดรอดฝั่ง เพราะถ้าบริหารต้นทุนไม่ดีก็มีสิทธิเสี่ยงเจ๊งได้เช่นกัน

 

สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นวางแผนเปิดร้านกาแฟ วันนี้พี่แคชจะมาแนะนำวิธีการบริหารต้นทุนสำหรับเปิดร้านกันครับ ไม่อยากทุนหาย กำไรหด บทความนี้ห้ามพลาด !!

 

เปิดร้านกาแฟ มีต้นทุนอะไรบ้าง?

ก่อนจะวางแผนเปิดร้าน เราลองมาดูกันว่า การทำธุรกิจร้านกาแฟในแต่ละเดือน แต่ละปี คุณจะต้องจ่ายต้นทุนอะไรบ้าง พี่แคชแนะนำให้แบ่งต้นทุนออกเป็น 3 ประเภทดังนี้


1.ต้นทุนคงที่

 

เป็นต้นทุนที่จะ “ต้องจ่ายอยู่แล้ว” ไม่ว่าจะขายกาแฟได้ หรือขายไม่ได้เลย ต้นทุนคงที่ของร้านกาแฟส่วนใหญ่มักจะได้แก่ ค่าจ้างพนักงาน ค่าอินเตอร์เน็ต หรือค่าเช่าร้าน (ถ้าไม่ได้มีร้านเอง) ซึ่งหากไม่ได้นำต้นทุนส่วนนี้ไปคิดราคากาแฟ หรืออาหารด้วย ก็อาจทำให้ขาดทุนโดยไม่รู้ตัวได้

 

2.ต้นทุนผันแปร

 

เป็นต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้น หรือลดลงตามยอดขาย เช่น ขายกาแฟได้มาก ต้นทุนผันแปรก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย สำหรับร้านกาแฟต้นทุนผันแปรมักจะได้แก่ ค่าหลอด ค่าแก้ว ค่าเมล็ดกาแฟ ค่าวัตถุดิบ หรือค่าน้ำค่าไฟ

 

ซึ่งแน่นอนว่าถ้ายอดขายเพิ่ม ต้นทุนพวกนี้ก็จะเพิ่ม ดังนั้นถ้าอยากได้กำไรมากขึ้น สิ่งที่ควรทำก็คือ เพิ่มยอดขายให้มากขึ้น หรือ ลดต้นทุนผันแปรให้น้อยลง

 

3.ค่าเสื่อม

 

ค่าเสื่อมเป็นต้นทุนคงที่อีกประเภทหนึ่ง ที่หลายคนไม่ค่อยนำมาคิด เพราะมองว่าไม่ได้เป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง แต่จริงๆ แล้วเราควรนำค่าเสื่อมมาคิดด้วย เพื่อให้เห็นกำไรตามจริง

โดยค่าเสื่อมเป็นมูลค่าทรัพย์สินในร้านที่ลดลงเรื่อยๆ เช่น ซื้อเครื่องทำกาแฟมา 48,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี จะต้องคิดต้นทุนค่าเสื่อมของเครื่องทำกาแฟเดือนละ 800 บาท เพราะหากเราคิดค่าเสื่อมเอาไว้ด้วยจะทำให้เรามี เงินสำรอง สำหรับซื้อเครื่องทำกาแฟใหม่ เมื่อเครื่องเก่าหมดอายุการใช้งาน

 

ต้องขายได้กี่แก้ว ถึงจะไม่ขาดทุน?

1.ตั้งราคาเพื่อหา “กำไรต่อแก้ว”

 

เมื่อทราบต้นทุนต่างๆแล้ว ให้คุณลองมาคำนวณดูว่า ต้นทุนผันแปรต่อแก้ว เป็นเท่าไหร่ แล้วนำไปลบราคาขายที่ตั้งไว้ในใจ จะทำให้คุณทราบกำไรต่อแก้ว

เช่น คำนวณจากค่าน้ำค่าไฟ ค่าหลอด ค่าแก้ว และค่ากาแฟแล้ว ต้นทุนผันแปรตกแก้วละ 20 บาท ตั้งใจจะขายแก้วละ 45 บาท ดังนั้นคุณจะมีกำไรแก้วละ 25 บาท

 

2. คิดต้นทุนคงที่แต่ละเดือน

หลังจากรู้กำไรแล้ว ให้ลองมาคำนวณว่า แต่ละเดือนมีต้นทุนคงที่และค่าเสื่อมเดือนละเท่าไหร่ เช่น ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่า ค่าอินเตอร์เน็ต และค่าเสื่อมร้านกับอุปกรณ์ รวมแล้วได้เดือนละ 120,000 บาท

 

3.หาจุดคุ้มทุน

สุดท้ายให้นำต้นทุนคงที่ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน มาหารกับกำไรต่อแก้ว เพื่อให้รู้ว่าแต่ละเดือนคุณ ต้องขายให้ได้กี่แก้ว ถึงจะเท่าทุนพอดี 

 

เช่น ถ้าคิดกำไรต่อแก้วได้แก้วละ 20 บาท แล้วมีต้นทุนคงที่และค่าเสื่อมเดือนละ 120,000 บาท แสดงว่าแต่ละเดือน คุณต้องขายให้ได้อย่างน้อย 6,000 แก้ว หรือวันละ 200 แก้ว ถึงจะไม่ขาดทุน

 

หากขายได้มากกว่า 6,000 แก้วก็ถือว่าได้กำไร แต่ถ้าคิดว่ายังไงก็ขายไม่ได้เท่านี้ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนทำเลในการขายให้คนเยอะขึ้น เพิ่มราคาขายต่อแก้ว หรือลดต่อทุนผันแปรต่อแก้ว เพื่อเพิ่มกำไรต่อแก้วให้มากขึ้นครับ


 

การเปิดร้านกาแฟอาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆแล้วมีรายละเอียดเยอะแยะมากที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมให้ดี เช่น เรื่องการตลาด ทำเล และความต้องการลูกค้า การบริหารต้นทุนก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ดังนั้นถ้าอยากเพิ่มยอดขาย ให้กำไรปัง ก่อนทำธุรกิจควรศึกษาให้ดีนะครับ

 

หรือหากใครที่อ่านแล้วรู้สึกท้อใจ ทำร้านกาแฟเองไม่ไหว แฟรนไชส์ ก็เป็นอีกทางเลือกในการทำธุรกิจส่วนตัวครับ สำหรับใครที่สนใจ อยากรู้ว่ามีเงินหลักหมื่น ทำแฟรนไซส์อะไรได้บ้าง?

อ่านได้ที่นี่เลยครับ https://www.cashexpress-pawn.com/blog/view/29/162 

 

และแน่นอนถ้าต้องการเงินด่วนสำหรับหมุนเป็นต้นทุนในการทำธุรกิจ โรงรับจำนำ Cash Express ช่วยคุณได้ เรามีสาขาบริการเดินทางสะดวก 11 สาขา ใกล้บ้านคุณ  ดอกเบี้ยต่ำ ราคาประเมินสูง  พร้อมทั้งมีบริการประเมินทรัพย์สินออนไลน์ ฟรี 24 ชั่วโมง!

 

ประเมินราคา คลิกที่นี่เลย >> https://www.cashexpress-pawn.com/estimate/login 


บทความที่เกี่ยวข้อง

ถูกหวย ได้โบนัส ได้เงินก้อน ใช้อย่างไรให...

การได้เงินก้อนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เงินรางวัลจากการถูกหวย เงินโบนัส หรือเงินก้อนที่ได้จากมรดก หากนำไปใช้กันอย่างไม่วางแผนให้ดีก่อน เงินเหล่านี้อาจหายไปแบ ...

ดูเพิ่มเติม >

Notebook แบบไหน จำนำแล้วได้ราคาดี?...

ถ้ากล่าวถึงยุคสมัยนี้ ปัจจัยสำคัญหลักในการใช้ชีวิตของมนุษย์คงเป็นความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว การรับประทานอาหาร รวมไปถึงการทำง ...

ดูเพิ่มเติม >

ปี 2020 CHANEL รุ่นไหน มาแรง น่าลงทุน?...

ในปีที่ผ่านมา กระเป๋าแบรนด์เนมยังคงเป็นการลงทุนที่เป็นที่นิยมอย่างมากจากการที่มีผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนทางเลือกประเภทอื่นๆไม่ว่าจะเป็นการสะสมงานศิลปะ ...

ดูเพิ่มเติม >