แจกทริควิธีเก็บเงินให้อยู่หมัด ฉบับวัยรุ่นของมันต้องมี

โพสต์เมื่อ : 30 ต.ค. 2568

แจกทริควิธีเก็บเงินให้อยู่หมัด ฉบับวัยรุ่นของมันต้องมี

 

ทุกคนรู้ว่า “การออมเงิน” เป็นสิ่งสำคัญและถูกสอนมาตั้งแต่เด็กเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน แต่เมื่อโตขึ้น เรามีอิสระในการใช้ชีวิตและใช้จ่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า ของกิน หรือไปคอนเสิร์ตศิลปินที่ชอบ ก็มักดึงดูดใจให้เราใช้เงินอยู่ตลอด และหลายคนมักแพ้คำพูดอย่าง “ของมันต้องมี” หรือ “โอกาสนี้พลาดไม่ได้นะ” ทำให้เงินออมที่ควรเพิ่มขึ้นกลับลดลงหรือคงที่อยู่เหมือนเดิม

ซึ่งถ้าเราไม่วางแผนการเงิน เหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจนำพามาสู่ปัญหาต่างๆตามมาได้ วันนี้พี่แคชจึงอยากแนะนำวิธีเก็บเงินแบบใหม่ ที่ยังสนุกกับชีวิต มีทั้งของที่อยากได้ คอนเสิร์ตที่อยากไป และมี “เงินสำรองอุ่นใจ” ตามทริคด้านล่างครับ

 

สาเหตุที่เก็บเงินในบัญชีไม่อยู่โดยไม่รู้ตัว

            แต่ก่อนที่จะให้ทุกคนได้อ่านทริคการเก็บเงินออม พี่แคชขอบอกถึงสาเหตุพฤติกรรมที่ทำให้การเก็บเงินออมของเราดูลดลง ซึ่งบางพฤติกรรมถึงแม้จะเป็นการใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ หรือเรามองข้ามไป แต่เมื่อเอาเงินทั้งหมดที่เสียไปมารวมกันก็อาจเสียหายไปหลายบาทก็ได้ครับ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีพฤติกรรมใดบ้างที่ส่งผลต่อการเก็บเงินออมของเรา

1. ใช้จ่ายก่อนออม : บางคนอาจมีความคิดที่ว่า “เงินเดือนออก เราก็ใช้จ่ายก่อน เหลือเท่าไหร่ค่อยเป็นเงินเก็บ” แต่หารู้ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเงินที่เราจะเก็บออมนั้น “แทบจะไม่เหลือให้เก็บ” เลยด้วยซ้ำ เหตุเพราะเรามักจะมองว่าเงินยังเหลืออยู่ ยังใช้จ่ายได้อีกเรื่อยๆ

2. ซื้อของเล็กๆน้อยๆ แต่ซื้อเรื่อยๆ : แน่นอนว่าเมื่อเป็นของเล็กๆน้อยๆในราคาไม่กี่บาท เรามักจะมองว่า “ไม่เห็นเป็นไรเลย แค่ไม่กี่บาทเอง” แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราซื้อเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วมันก็กลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตอยู่ดี เช่น กาแฟแก้วละ 100 บาท แต่ถ้าซื้อทุกวัน เดือนนึงก็เท่ากับ 3,000 บาท เห็นมั้ยว่า 3,000 บาทนั้นถ้าเราไม่ซื้อทุกวัน เราก็จะมีเงินเก็บที่เกือบถึงสามพันบาทแน่นอน

3. ไม่มีการวางแผนการเก็บออม : ถ้าเราไม่มีวินัยในการเก็บเงินออม สุดท้ายแล้วในอนาคตเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน คนที่จะลำบากก็คือตัวเราเอง ดังนั้นเราจะต้องรู้จักฝึกให้เป็นนิสัย เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง

4. ไม่แยกบัญชีเงินออมกับรายจ่าย : บางคนมักจะมองข้ามเรื่องนี้ไป เพราะมองว่าสุดท้ายแล้วเงินก็อยู่ในบัญชีเหมือนกัน แต่หารู้ไม่ว่าการที่เงินออมปนในบัญชีรายจ่าย มันก็มีโอกาสที่จะทำให้เงินออมส่วนนั้นอาจถูกใช้มากขึ้น ดังนั้นเราควรเปิดบัญชีเงินออมแยกออกมา เพื่อลดปัญหาการใช้จ่ายร่วมกัน

วิธีเก็บเงิน 101 – เก็บเงินยังไงให้ได้ตามเป้าที่กำหนด

พี่แคชมัดรวม 5 วิธีเก็บเงินที่ใครๆก็สามารถทำได้ โดยไม่ตึงเกินไปและไม่หย่อนเกินไป ดังนี้

1. แบ่งหมวดหมู่ในการเก็บเงิน : โดยเราตั้งเป้าหมายว่า หมวดการซื้อของ การกิน ค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆเราจะเก็บเงินครั้งละเท่าไหร่ อาจครั้งละ 500 หรือ1,000 ตามความเหมาะสมของเราและค่าใช้จ่าย

2. ได้เงินเดือนมาเท่าไหร่ เก็บเข้าเงินฝากก่อน 10% : สมมุติเรามีเงินเดือน 15,000 บาท ให้หักเก็บไว้ 1,500 บาท และเมื่อหักลบกับค่าใช้จ่ายต่างๆ เราก็จะมีเงินเหลืออีกส่วนหนึ่ง ซึ่งส่วนนั้นก็สามารถนำมาเป็นเงินเก็บต่อได้อีกที

3. มีเศษเหรียญ ให้หยอดกระปุกทันที : วิธีนี้ถึงแม้จะดูเก็บได้ช้ากว่า แต่ไม่เครียดแน่นอน และถ้ากระปุกเต็มเมื่อไหร่ ลองแกะออกมานับดู พี่แคชเชื่อว่าได้มาอีกหลายร้อยเลยทีเดียว

4. ใช้ตารางในการเก็บออม : ตั้งเป้าหมายว่า ในหนึ่งอาทิตย์เราจะเก็บออมวันละเท่าไหร่ หรือในหนึ่งเดือนเราจะเก็บออมยังไง เช่น อาทิตย์แรกวันละ 10 บาท อาทิตย์ที่สองวันละ 20 บาท เป็นต้น

5. ใช้จ่ายไปเท่าไหร่ ออมเงินคืนเท่านั้น : เป็นเหมือนเรายืมเงินตัวเองออกมาใช้ก่อน แล้วค่อยคืนให้ทีหลัง ไม่ใช่ใช้จ่ายออกไปโดยที่ไม่เก็บเงินคืน

เก็บเงินให้สนุกด้วยการ Challenge

และมาต่อกันที่ Challenge การเก็บเงินที่พี่แคชตั้งใจเลือกมาให้โดยเฉพาะ สนุกและไม่เครียดแน่นอนครับ

1. เก็บเงินแบบเก็บแบงก์ประจำเดือน : โดยเราตั้งเป้าหมายว่า “เดือนนี้เราจะเก็บแบงก์อะไร” เช่น จะเก็บแบงค์ 50 เมื่อเรามีเงินสดเป็นแบงค์ 50 เราก็เก็บแบงก์นั้นใส่ไว้ในสมุดหรือซองเก็บเงินที่เราทำเองทันที และเมื่อเก็บจนครบ 1 เดือน ก็ค่อยนำเงินไปฝาก หรืออาจจะทำการสุ่มจับฉลากว่าเดือนนี้จะเก็บแบงก์อะไร เพื่อเพิ่มความสนุกมากยิ่งขึ้น พี่แคชเชื่อว่าจำนวนเงินได้หลายบาทแน่นอนครับ

2. สำหรับสายตามศิลปิน : แน่นอนว่าแฟนคลับนั้นก็ต้องใช้เงินหลายบาท เพื่อซื้อสินค้า ไปคอนเสิร์ต หรือทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับศิลปิน พี่แคชเลยขอแนะนำให้ลองตั้งกฎการเก็บเงินฉบับติ่งศิลปินนั่นก็คือ เมื่อศิลปินลงรูปเราจะเก็บเงินกี่บาท, ศิลปินออกเพลงใหม่เราจะเก็บเงินกี่บาท, วันเกิดศิลปินเราจะเก็บเงินกี่บาท เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้พี่แคชว่าแฟนคลับน่าจะชอบ เพราะได้ทั้งดูผลงาน และออมเงินอีกด้วย

3. ออมเงินตามวันที่ในปฏิทิน : เช่น วันที่ 1 เราก็เก็บ 1 บาท วันที่ 15 เราเก็บ 15 บาท ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนครบหนึ่งเดือน เมื่อพอขึ้นเดือนใหม่ก็วนกลับมาเก็บ 1 บาทอีกรอบ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถึงแม้การเก็บเงินด้วยวิธีนี้จะดูเหมือนเก็บเงินได้น้อย แต่ถ้าเก็บครบทุกเดือน พี่แคชเชื่อว่าใน 1 ปี เมื่อเอาเงินทั้งหมดมารวมกันก็ได้เป็นหลักพันแน่นอนครับ

 

            เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวิธีเก็บเงินของพี่แคช ถึงแม้เราจะเริ่มเก็บจากจำนวนน้อยๆแค่หลักสิบต่อวัน แต่ถ้าทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ มันก็สามารถเปลี่ยนจากหลักสิบเป็นหลักพันได้และอาจจะถึงหลักหมื่นหลักแสนถ้ายังคงเก็บออมไปเรื่อยๆ โดยไม่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เพราะสุดท้ายแล้วเงินเก็บจะมีมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและการวางแผนออมเงิน และถ้าหากใครต้องการใช้เงินด่วนและกำลังมองหาโรงรับจำนำ พี่แคชขอแนะนำ โรงรับจำนำแคชเอ็กซ์เพรส ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ 16 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

            หรือใครที่สนใจอยากลองประเมินออนไลน์ก่อนเข้าไปโรงรับจำนำ Cash Express ของเราก็มีให้ลอง ประเมินราคาจำนำออนไลน์ ที่ประเมินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และสำหรับใครที่อยากลองเก็บออมด้วยวิธีอื่น เช่น การลงทุนเงินออม การฝากประจำ ก็สามารถอ่านต่อได้ที่บทความนี้เลยครับ!


บทความที่เกี่ยวข้อง

null

3 รุ่นกระเป๋า Louis Vuitton ที่น่าซื้อ...

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นสนใจกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ แต่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มที่แบรนด์ไหน หรือเริ่มที่รุ่นไหน ราคาประมาณเท่าไหร่ วันนี้พี่แคช มีข้อแนะนำมาฝากทุ...

ดูเพิ่มเติม

มีงบไม่เกิน 50,000 เป็นเจ้าของ Louis Vui...

มีงบไม่ถึง 50,000 บาทก็เป็นเจ้าของกระเป๋า Louis Vuitton ได้!.... ใช่แล้วครับ เพื่อนๆ อ่านไม่ผิด เพราะวันนี้พี่แคชจะขอพามารู้จักกับแบรนด์ในตำนาน...

ดูเพิ่มเติม

รู้ไว้ไม่โดนหลอก พลอยแท้ ดูยังไง?...

รู้ไว้ไม่โดนหลอก พลอยแท้ ดูยังไง? “พลอย” เป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่สาวๆ ชอบซื้อเพื่อใส่แมทช์กับเสื้อผ้าให้มีความเรียบหรูมากยิ่งขึ้...

ดูเพิ่มเติม