บทความน่ารู้

7 วันสำคัญในชีวิตที่มือใหม่การเงิน ต้องวางแผน!

มนุษย์เงินเดือนหลายคนมักมีการแบ่งเงินเป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆที่จำเป็นในแต่ละเดือน เพราะรู้จำนวนรายได้และรายจ่ายที่แน่นอน แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นได้เสมอ 

วันนี้พี่เเคชเลยรวบรวม 7 วันสำคัญในชีวิต  ที่มือใหม่การเงิน ต้องวางแผน! มาให้ทุกท่าน เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมรับมือค่าใช้จ่ายกัน

1.วันที่ต้องจ่ายหนี้ 

เชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนหลายๆคนคงเจอสถานการณ์ที่ต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิตทันทีที่เงินเดือนออก นอกจากบัตรจะไม่ได้มีแค่ใบเดียวแล้ว เงินเดือนที่จัดสรรไว้ก็มีไม่มากพอจนต้องขาดชำระ ซึ่งสิ่งที่เราต้องเจอก็คืออัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่มีโอกาสสูงถึง 18% ยิ่งถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้นานๆเข้า อาจทำให้เงินจำนวนนี้กลายเป็นดอกเบี้ยก้อนใหญ่ทำให้ไม่สามารถชำระได้หมด

2. วันที่เกิดอุบัติเหตุ 

เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ไม่มีใครรู้ที่มักสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างมาก ซึ่งพบได้มากบนท้องถนน ทั้งจากความประมาทในการขับรถ การทำผิดกฎจราจร ที่อาจเกิดขึ้นได้จากตัวเองและคนรอบข้าง นอกจากจะต้องจ่ายค่าฟื้นฟูสภาพรถแล้ว ยังมีค่ารักษาพยาบาลที่มาจากการเกิดอุบัติเหตุ และยังมีค่าทำขวัญของคู่กรณีอีกด้วย

3. วันที่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน

รู้ไหมว่า ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาไม่ได้ครอบคลุมถึงแค่ระดับปริญญาตรี เพราะนอกจากค่าเล่าเรียนหรือที่เรียกกันอย่างติดปากว่าค่าเทอมในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยแล้ว เมื่อเข้าสู่วัยทำงานเราก็มีค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาตัวเอง ทั้งคอร์สเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสอบ TOEIC และการศึกษาเพิ่มเติมในสายงาน โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ที่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างจุดแข็งให้ตัวเองในการทำงาน

 4. วันที่ต้องการเงินลงทุนด่วน

หุ้นของบริษัทดังเพิ่งเริ่มเปิดขาย กระแสข่าวกองทุนอนาคตไกล ราคาทองลงจนน่าซื้อเก็บไว้ โอกาสดีๆสำหรับการสร้าง passive income แบบนี้ไม่ได้มากันบ่อยๆ แต่เงินเก็บสำหรับการลงทุนก็ดูเหมือนว่าจะไม่มากพอ เหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยโอกาสของความมั่นคงให้ลอยไปต่อหน้าต่อตา

5. วันที่หมุนเงินไม่ทัน

แม้ว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนจะเป็นค่าใช้จ่ายที่คล้ายๆกัน แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดรายจ่ายที่จำเป็น อย่างการเปลี่ยนที่ทำงานจนตองย้ายหอพัก ทำให้ต้องจ่ายค่าแรกเข้าที่เป็นเงินก้อน หรือต้องจ่ายภาษีสังคมในช่วงที่คนแต่งงานกันเยอะ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็ส่งผลกระทบต่อการเงินจนไม่สามารถจัดสรรให้เพียงพอจนถึงปลายเดือนได้

6. วันที่ต้องจ่ายค่าทำคลอดบุตร

ทุกวันนี้โรงพยาบาลต่างๆทั้งเอกชนและรัฐบาลก็มีแพ็คเกจคลอดลูกที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่สามารถเตรียมตัวให้พร้อมและประมาณค่าใช้จ่ายได้ง่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็อาจมีเหตุจำเป็นที่ต้องอยู่โรงพยาบาลในระยะเวลาที่นานขึ้น เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของคุณแม่และลูก ซึ่งก็ต้องรับมือกับค่าห้องผู้ป่วยและค่าบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น

7. วันที่ต้องรับมือกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ

แต่ละคนก็มีเหตุการณ์จำเป็นที่อาจเกิดขึ้นต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น ช่วงรอยต่อระหว่างการเปลี่ยนงานที่แม้ว่าจะมีเงินส่วนหนึ่งจากบริษัทเก่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นจำนวนเงินที่มากพอสำหรับค่าใช้จ่ายก่อนจะไปเซ็นสัญญาที่ทำงานใหม่ 


เมื่อคิดถึงเรื่องความต้องการใช้เงินด่วน หลายๆคนคงนึกถึง สินเชื่อบ้านหรือรถแลกเงิน กดเงินสดจากบัตรเครดิต หรือการกู้เงินนอกระบบ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่าแต่ละวิธีมีรายละเอียดอะไรบ้าง วันนี้เราจึงเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียเล็กๆน้อยๆเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจมาให้ทุกคนแล้วค่ะ

1. บัตรกดเงินสด

ทางเลือกยอดนิยมและสะดวกที่สุดของแหล่งเงินด่วน เนื่องจากเป็นการเอาเงินสดในอนาคตมาใช้ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือคนค้ำ เบิกถอนได้จากตู้ ATM สามารถคืนเงินเมื่อไหร่ก็ได้และมีดอกเบี้ยน้อย แต่ถ้าไม่มีวินัยมากพอจนมียอดค้างเป็นเดือนๆ อาจทำให้มีดอกเบี้ยสูงถึง 28% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าบัตรเครดิตเสียอีก!=

2.สินเชื่อธนาคาร

ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อที่ดินแลกเงิน หรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ก็เป็นทางเลือกในการเอาสินทรัพย์ที่เรามีไปค้ำประกันที่แม้จะมีอัตราดอกเบี้ยไม่สูงมากแต่ก็จะมีความยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร ทั้งข้อมูลส่วนบุคคล เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารประกอบอื่นๆตามที่กำหนด นอกจากนี้ยังใช้เวลาในการอนุมัติอีกด้วยค่ะ

3.โรงรับจำนำ

แม้ว่าการไปโรงรับจำนำจะเป็นวิธีที่เสียดอกเบี้ย แต่เราก็สามารถไถ่คืนได้ โดยใช้แค่บัตรประชาชนและทรัพย์ที่ต้องการจำนำ เช่น เครื่องประดับ หรือเครื่องใช้ เพื่อไปรับเงินสดและตั๋วจำนำที่แสดงรายละเอียดทั้ง ดอกเบี้ย ระยะเวลาไถ่ถอน และวิธีนี้ยังช่วยให้เรามีแรงกระตุ้นในการจ่ายดอกเบี้ยในเวลาที่กำหนดเพื่อป้องกันการหลุดจำนำ ถือเป็นการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีเลยค่ะ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้เงินด่วนแล้ว พี่แคชก็อยากจะให้ทุกคนนึกถึงข้อดีข้อเสียของแหล่งเงินที่เรานำมาใช้ รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมของจำนวนเงิน และมีความรับผิดชอบในการชำระเงินตามแหล่งเงินด่วนของตัวเองด้วยนะคะ