Tips for saving 100,000 baht

โพสต์เมื่อ : 23 ก.ย. 2569

เงินเดือน 15,000 บาท เก็บเงินแสนก้อนแรกยังไง? เปิดสูตรออมเงินฉบับทำได้จริง

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือคนที่ทำงานด้วยฐานเงินเดือน 15,000 บาท การจะเอื้อมมือไปคว้า “เงินแสนก้อนแรก” อาจจะดูเป็นเรื่องที่ยากและไกลเกินฝันใช่ไหมครับ? แต่พี่แคชขอบอกตรงนี้เลยว่า คุณสามารถมีเงินเก็บก้อนโตนี้ได้อย่างแน่นอน แม้อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าคนที่มีรายได้สูงกว่า แต่หากมีการวางแผนการเงินที่ดี รู้จักควบคุมรายจ่าย และค่อย ๆ สร้างรายได้เพิ่ม เงินแสนแรกก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมครับ

ในบทความนี้พี่แคชจะพาไปดูทีละขั้นตอนในการเก็บเงินแสนก้อนแรกสำหรับคนเงินเดือน 15,000 บาท พร้อมเทคนิคการเปลี่ยนเงินออมเป็นสินทรัพย์มีค่า เพื่อช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายเงินแสนก้อนแรกได้เร็วขึ้น จะมีวิธีอะไรบ้างไปอ่านต่อกันได้เลยครับ

1.สูตร 50-30-20 พร้อมเก็บเงินแสนแรก

วิธีที่หนึ่ง เป็นสูตรการออมเงินในรูปแบบหนึ่งที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยสูตรนี้จะแบ่งรายจ่ายออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ดังนี้

  • ก้อน 50% : ค่าใช้จ่ายจำเป็น
    เป็นส่วนที่มีอัตราส่วนเยอะที่สุด เพื่อเอาไว้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือสิ่งที่จำเป็น เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ-ไฟ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร เป็นต้น ซึ่งเป็นรายจ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในแต่ละเดือน

  • ก้อน 30% : ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
    เป็นส่วนที่เอาไว้ใช้จ่ายกับสิ่งที่ตัวเองต้องการหรืออยากจะซื้อความสุขส่วนตัว เช่น ช้อปปิ้ง ซื้อของที่ตัวเองต้องการ สังสรรค์กับเพื่อน ท่องเที่ยว เป็นต้น

  • ก้อน 20% : เงินออมหรือเงินลงทุน

เป็นส่วนสำหรับเงินสำรองฉุกเฉินและเงินลงทุน เพื่อให้เงินออมมีโอกาสเติบโตในระยะยาว เช่น กองทุน หุ้น หรือทองคำ เป็นต้น

💡ยกตัวอย่างการคำนวณให้เห็นภาพแบบสั้นๆ💡

รายการ

จำนวนเงิน (บาท)

เงินเดือน

15,000

ก้อน 50%

7,500

ก้อน 30%

4,500

ก้อน 20%

3,000

 

ซึ่งหากสามารถออมเงินได้เดือนละ 3,000 บาทอย่างต่อเนื่อง คุณจะมีเงินเก็บประมาณ 36,000 บาทต่อปี หรือใช้เวลาประมาณ 2 ปี 10 เดือน ก็จะมีเงินเก็บครบ 100,000 บาท โดยยังไม่รวมผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งอาจใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี ในการเก็บเงินครบหนึ่งแสนบาทแรกได้ครับ

2.การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อาจเร่งสปีดให้ถึงเป้าหมายไวขึ้น

หากใครที่รู้สึกว่า 2 ปีกว่ามันนานเกินไปสำหรับเงินเก็บเงินแสนแรก วิธีที่สองให้ลองย้อนกลับมาดูที่ “รายจ่าย” ของตัวเองว่ามี “ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น” อะไรบ้างที่เราสามารถตัดออกได้ โดยไม่กระทบต่อชีวิตเรามากจนเกินไป เพราะการลดค่าใช้จ่ายในบางส่วนก็ช่วยให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้นเช่นกัน

ยกตัวอย่าง : ปกติซื้อกาแฟแก้วละ 80 บาทดื่มทุกวันทุกเดือน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,400 บาทต่อเดือน หากเราสามารถลดค่าใช้จ่ายตรงนี้เป็นลดจำนวนวันดื่มเหลือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งหรือไม่ดื่มเลย ก็จะทำให้เงินส่วนนั้นกลายมาเป็นเงินที่ไว้สำหรับเก็บออมตั้ง 2,400 บาทครับ ซึ่งหากคุณเป็นคนติดการดื่มกาแฟเป็นประจำอาจต้องเปลี่ยนจากการสั่งซื้อมาเป็นชงดื่มเอง หรือกำหนดให้เหลือสัปดาห์ละ 1-2 แก้วพอครับ

ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอันไหนที่รู้สึกว่าสามารถลดและตัดออกได้ เช่น ค่าสมาชิกสตรีมมิ่งต่าง ๆ ค่าบุฟเฟ่ต์มื้อใหญ่ ค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ ก็จะยิ่งช่วยทำให้เงินเหลือเพิ่มขึ้นเดือนละ 500 - 1,000 บาท และช่วยย่นระยะเวลาสู่เงินแสนได้เป็นปีเลยครับ

3.การหารายได้เสริม เพื่อให้ถึงเป้าหมายเร็วกว่าเดิม

ต่อมาวิธีที่สาม แน่นอนว่าวิธีที่สองการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกอาจมีขีดจำกัด ซึ่งการเพิ่มรายรับเข้ามาก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลเช่นเดียวกัน ซึ่งยุคนี้ทำได้ง่ายมากไม่ว่าจะทำในช่วงหลังเลิกงานหรือวันหยุด และในปัจจุบันมีช่องทางหารายได้ออนไลน์จำนวนมาก พี่แคชจึงได้รวบรวมอาชีพงานออนไลน์ที่จะช่วยสร้างรายได้เสริมและมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้น ดังนี้

  1. งานขายของออนไลน์ เช่น Affiliate Marketing, ขายสินค้าที่เรามีหรือทำเอง เป็นต้น

  2. รับงานฟรีแลนซ์ตามทักษะ เช่น งานกราฟิก, งานวาดรูป, งานแปลภาษา, งานเขียนบทความ ฯลฯ

  3. งานรับสอนพิเศษออนไลน์

  4. งานขับรถส่งอาหาร ส่งของ

  5. งานพาร์ทไทม์เสริม

  6. รับงานตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ

ซึ่งหากมีรายได้เสริมเพิ่มเพียง 4,000-5,000 บาทต่อเดือน และนำเงินส่วนนี้เก็บรวมกับเงินออม ระยะเวลาในการมีเงินแสนก็จะสั้นลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

การต่อยอดเงินเก็บด้วยทองคำ เพื่อเพิ่มผลกำไรในระยะยาว

ส่วนวิธีสุดท้าย วิธีที่สี่คือการนำเงินออมไปต่อยอดให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่ง ทองคำ ก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมของคนไทย เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง และมีแนวโน้มรักษามูลค่าได้ดีในระยะยาว แม้ว่าราคาทองคำจะมีการปรับขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจ แต่หากมองในระยะยาว ทองคำมักเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน

สำหรับผู้ที่มีเงินเดือน 15,000 บาท ไม่จำเป็นต้องซื้อทองคำครั้งละจำนวนมากเสมอไป แต่สามารถค่อย ๆ สะสมตามกำลัง เช่น แบ่งเงินออมส่วนหนึ่งมาซื้อทองคำเมื่อมีเงินเหลือ หรือทยอยซื้อในช่วงที่ราคามีความเหมาะสม วิธีนี้จะช่วยสร้างวินัยในการออม เพิ่มโอกาสให้เงินเก็บเติบโตไปพร้อมกับมูลค่าของทองคำในอนาคต และช่วยกระจายความเสี่ยงจากการถือเงินสดเพียงอย่างเดียวอีกด้วยครับ

อีกข้อดีของการถือครองทองคำ คือ หากวันหนึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน ทองคำยังสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ โดยไม่จำเป็นต้องตัดสินใจขายขาด ทำให้ยังมีโอกาสไถ่ถอนและนำทรัพย์สินกลับคืนมาได้เมื่อพร้อม

สุดท้ายนี้ การมีเงินแสนก้อนแรกไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แม้จะมีเงินเดือน 15,000 บาทก็ตาม หากเริ่มต้นจากการวางแผนการใช้เงิน แบ่งเงินออมอย่างมีวินัย ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และค่อย ๆ เพิ่มรายได้หรือสร้างโอกาสในการต่อยอดเงินเก็บ ก็สามารถเข้าใกล้เป้าหมายได้ทีละก้าวครับ

และหากวันหนึ่งมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินด่วน และมีทองคำหรือทรัพย์สินที่มีมูลค่า สามารถมาใช้บริการกับพี่แคชได้เลยนะครับ ที่ โรงรับจำนำแคชเอ็กซ์เพรส พร้อมให้บริการ 17 สาขา ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกทั้งยังสามารถทดลองประเมินราคาจำนำออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงก่อนเข้ามาใช้บริการที่สาขาใกล้บ้านคุณได้ครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง

นาฬิการุ่นตำนานที่นักสะสมหลงรัก...ความคล...

นาฬิการุ่นตำนานที่นักสะสมหลงรัก...ความคลาสสิคที่เดินทางข้ามทศวรรษมาถึงปี 2019 ปลายเข็มนาฬิกาบอกวันเวลาได้อย่างแม่นยำ และความคลาสสิคนั้นยังคงจารึกอย...

ดูเพิ่มเติม
identifyinggold 1

8 วิธีเช็คทองคำแท้ ทองคำปลอมง่าย ๆทำได้ด...

 8 วิธีเช็คทองคำแท้ ทองคำปลอมง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุค ‘ทองคำ’ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่หลายคนต้องการ ทั้งเพื่อกา...

ดูเพิ่มเติม

ซื้อทองเป็นสินสอดอย่างไร ให้ได้ต้นทุนต่ำ...

ถ้าพูดถึงสินสอดในงานหมั้น นอกจากเงินสดและเครื่องประดับแล้ว ทองคำก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง  “ของมีค่า” ที่เป็นตัวแทนความรักมาตั้งแต่...

ดูเพิ่มเติม