Blue Ocean Strategy ตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจของคุณอยู่รอด?!

โพสต์เมื่อ : 10 มี.ค. 2564

ทุกวันนี้คุณมีคู่แข่งที่ทำธุรกิจแบบเดียวกันทั้งหมดกี่ราย? ถ้าคำตอบคือ “หลายราย”และแต่ละรายแย่งส่วนแบ่งการตลาดกันด้วยกลยุทธ์การทำสงครามราคา…ขอบอกเลยว่า ขณะนี้คุณกำลังอยู่ใน  Red Ocean ตลาดธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตช้า ได้กำไรน้อย และเสี่ยงต่อการอยู่ไม่รอดในท้ายที่สุดครับ

หากใครยังนึกภาพไม่ออก ให้ลองมองตลาดธุรกิจ 1 ธุรกิจ เป็นมหาสมุทร 1 แห่ง และธุรกิจของคุณเป็นฉลามที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร...หากฉลามมีจำนวนมาก ก็จะทำให้แย่งแหล่งอาหารกัน 

จนในท้ายที่สุดเมื่ออาหารหมด ก็อาจเกิดเหตุการณ์ล่ากันเองและทำให้บางตัวต้องล้มหายตายจากมหาสมุทรแห่งนี้ไป เหมือนกับธุรกิจที่ต้องปิดตัวออกจากตลาดไป

แล้วแบบนี้ ฝั่งบริหารอย่างเราๆจะทำอะไรได้บ้าง? วันนี้พี่แคชจะพาไปหาคำตอบกันครับ

Blue Ocean Strategy ตัวช่วยที่จะทำให้ธุรกิจคุณอยู่รอด?! 

สำหรับทางออกที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณอยู่รอดและไปต่อได้ ก็คือการใช้กลยุทธ์ Blue Ocean หรือกลยุทธ์การตามหาน่านน้ำใหม่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การหลีกเลี่ยงออกจากตลาดเก่าที่มีการแข่งขันสูง

ไปหาตลาดใหม่ ที่มีคู่แข่งน้อยราย (หรืออาจยังไม่มีคู่แข่งเลย) เพื่อให้เราได้เป็นเจ้าตลาด และเก็บเกี่ยวกำไรได้แบบไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องใช้กลยุทธ์สงครามราคากับใคร

อยากทำ Blue Ocean Strategy

ต้องเร่ิมต้นอย่างไร? 

สำหรับ Framework ของการทำ  Blue Ocean Strategy มีหลักอยู่ 4 ส่วน ดังนี้ครับ

1.ขจัด(Eliminate) : ขจัดสิ่งที่ลูกค้าไม่ต้องการในสินค้าหรือบริการออก เพราะในบางครั้ง

สิ่งที่เราใส่ไปในสินค้าหรือบริการก็อาจไม่เกิดจากความต้องการแท้จริงของลูกค้า โดยวิธีค้นหาสิ่งที่ต้องขจัดออกจากในธุรกิจง่ายๆ คือ พูดคุยกับลูกค้าถึงความเห็นที่มีต่อสินค้าบริการ สอบถามว่าอะไรเป็นฟังก์ชันที่ลูกค้าไม่ได้ใช้บ่อย 

2.ลด(Reduce) : ลดสิ่งที่ไม่สำคัญในธุรกิจลง หรือหาวิธีในการลดต้นทุน เช่น 

จากเดิมอาจมีหน้าร้านหลายแห่ง ก็ปิดบางแห่งลงเพื่อลดต้นทุนคงที่เรื่องค่าสถานที่ เป็นต้น

3.ยก(Raise) : ยกระดับความสามารถของสิ่งที่มีอยู่เดิมให้เหนือคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน 

เช่น เดิมทำธุรกิจบริการ ก็พูดคุยสอบถามสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และมอบคุณค่าการบริการที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า 

4.สร้าง(Create): สร้างสิ่งใหม่ที่ไม่มีในอุตสาหกรรมที่คุณเข้าไปอยู่ โดยการคิดค้น

นวัตกรรมใหม่ๆจะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณแตกต่างจากคู่แข่ง

โดยการขจัดและลด จะมีจุดมุ่งหมายหลักอยู่ที่การลดต้นทุน ส่วนการลดและสร้างจะมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มคุณค่าให้สินค้าหรือบริการ ซึ่งใครที่นึกคำตอบไม่ออก พี่แคชแนะนำว่าอาจลองเริ่มจากการตั้งคำถาม Guideline 2 ข้อดังนี้ครับ

-มีต้นทุนในส่วนไหน ที่ขจัดทิ้งหรือลดได้บ้าง ? 

-มีคุณค่าอะไรที่ ยกระดับ หรือสร้าง ให้ลูกค้าเพิ่มเติมได้บ้าง? 

นอกจากนี้การหาธุรกิจที่มีในต่างประเทศ แต่ยังไม่มีในไทย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณได้ไอเดียในการทำธุรกิจใหม่ๆ 

ตัวอย่างการใช้  Blue Ocean Strategy

การขจัด  : สำหรับตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในการขจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกนั่นก็คือการที่ Iphone เปิดตัวโทรศัพท์มือถือที่เป็นหน้าจอเปล่าๆ ไร้ปุ่มออกมา ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นวงกว้างและเกิดตลาดใหม่ที่เรียกว่า ตลาด Smartphone ขึ้นมา

การลด : ในการลดเห็นได้จากธุรกิจจำหน่ายคอมพิวเตอร์หลายๆแบรนด์ที่แต่ก่อนจะมี Showroom ในการแสดงคอมพิวเตอร์หลายๆแห่ง แต่ในปัจจุบันก็มีการลดสาขาลง และนำสินค้าไปวางในร้าน รวมอุปกรณ์ IT แทน 

การยก : ตัวอย่างของการลด เห็นได้ชัดจากการเกิดขึ้นของสายการบิน Low Cost ที่ยกระดับวิธีการเดินทางของคนที่ต้องการเดินทางใกล้ๆ ด้วยรถไฟ หรือรถยนต์ ให้ไวขึ้น เกิดเป็นคุณค่าใหม่ที่ส่งมอบให้ลูกค้า

การสร้าง : การสร้างสิ่งใหม่ๆที่ในอุตสาหกรรมเดิมที่เราอยู่ยังไม่มี เช่น ในยุคก่อนหน้าที่ร้านกาแฟได้รับความนิยม มีคนออกมาเปิดร้านกาแฟเป็นจำนวนมาก ทำให้มีคนคิดไอเดียเปิดร้านคาเฟ่ที่มีสัตว์เลี้ยงให้กับลูกค้าเล่น กลายเป็นข้อแตกต่างในธุรกิจขึ้นมา และได้เปิดตลาดใหม่ซึ่งเป็นตลาดคนรักสัตว์ หรือนอกจากนี้การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ก็เป็นส่ิงที่ทำให้คุณแตกต่างจากคู่แข่งได้

และสำหรับใครที่ได้ไอเดียธุรกิจแล้ว แต่ไม่มีเงินทุน!  ตามหาแหล่งเงินทุน เงินหมุนเวียนธุรกิจ ได้ที่ Cash Express ไม่ต้องใช้คนค้ำ, ประเมินราคาออนไลน์ 24 ชั่วโมง แถมดอกเบี้ยถูก

สนใจประเมินทรัพย์สินออนไลน์ได้ที่ : https://www.cashexpress-pawn.com/estimate/login 

และไม่ว่าจะคุณจะค้นพบ Blue Ocean แล้วก็อย่าวางใจครับ อย่าลืมศึกษาทางรอด และพัฒนาธุรกิจอยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเข้าไปอยู่ในตลาด Blue Ocean แล้วมันเกิดรุ่ง คู่แข่งก็จะตามเข้ามาจนตลาดกลายเป็น Red Ocean แน่นอน ตัวอย่างเช่น แบรนด์หนึ่งที่ผลิตกราโนลาจากธัญพืช เมื่อผลิตภัณฑ์เริ่มเป็นที่นิยมก็มีคู่แข่งหลายๆเจ้าออกมาทำตามจนกลายเป็นตลาด Red Ocean ซึ่งหากใครอยากศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ลองเลือกอ่านบทความสำหรับเจ้าของธุรกิจด้านล่างได้เลยครับ

บทเรียนจากโควิด-19 ธุรกิจควรปรับตัวอย่างไรบ้าง?

https://www.cashexpress-pawn.com/blog/view/28/189 

หลังช่วง COVID-19 ทำธุรกิจแบบไหนถึงจะรุ่ง หาคำตอบได้ที่นี่!

https://www.cashexpress-pawn.com/blog/view/28/188 


บทความที่เกี่ยวข้อง

พาส่อง กระเป๋า CHANEL Jennie Blackpink...

ดังจนฉุดไม่อยู่!! กับวง BLACKPINK Girl Group ชื่อดังจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ตอนนี้ได้ทัวร์คอนเสิร์ตและโด่งดังไปทั่วโลก ทั้งในโซนเอเชียและโซนยุโรป ทำให้ฐ ...

ดูเพิ่มเติม >

3 สิ่งที่น่าลงทุน ในยุคเศรษฐกิจผันผวน...

3 สิ่งที่น่าลงทุน ในยุคเศรษฐกิจผันผวน ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเศรษฐกิจมีสภาวะผันผวนอยู่ตลอด ไม่มีระบบเศรษฐกิจใดเติบโตอยู่ตลอดเวลา และไม่มีระบบเศรษฐกิ ...

ดูเพิ่มเติม >

ทำความรู้จักกับ Rolex Oyster Perpetual ...

สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกา Rolex รุ่นคลาสสิกที่จะใส่ไว้เพื่อความสวยงามก็ได้ หรือเก็บไว้เก็งกำไรก็ดี แนะนำให้อ่านบทความนี้ เพราะพี่แคชจะพาทุกคนไปรู้จ ...

ดูเพิ่มเติม >